บอกต่อเพื่อน
 
 

ฝ้า
ฝ้าเป็นปัญหาที่พบบ่อยในคนแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นบริเวณใบหน้า โดยเฉพาะบริเวณแก้ม ดั้งจมูก แต่อย่างไรก็ตามอาจพบบริเวณส่วนอื่นได้ด้วย เช่นบริเวณหน้าอก หรือแขนก็เป็นได้ ฝ้าจะเป็นแยกจากกระโดยฝ้าจะเป็นปื้น ๆ สีน้ำตาลบาง ๆ แต่กระจะเป็นจุดๆ และขอบเขตชัดเจน

สาเหตุของฝ้า
ฝ้าเกิดจาก 2 ปัจจัยใหญ่ ๆ คือ แสงแดดและฮอร์โมน ซึ่งอาจจะเป็นฮอร์โมนที่ร่างกายผลิตเองตามธรรมชาติหรือจากการกินยาประเภทยาคุมกำเนิด หรือฮอร์โมนที่กินช่วงวัยทองหรือ ชนิดทา เช่น ครีมบำรุงต่างๆ ที่มีสารสกัดจากรก (Placintal extract)ไม่ว่าจะเป็นรกแกะ หรือรกคนก็ตาม

ดังนั้นฝ้าจะเกิดได้ต้องมีปัจจัยทั้งสองร่วมกัน ฝ้าไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งเพียงอย่างเดียว โดยทั่วไปฝ้าจะเป็นปัญหาสำหรับผู้หญิงมากกว่าผู้ชายถึง10 ต่อ 1 และมักเกิดในช่วงอายุ 25 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะคนที่มีครอบครัวแล้วและมีความจำเป็นต้องใช้ยาคุมกำเนิดตั้งครรภ์ หรือคนที่เข้าใกล้วัยทองเป็นช่วงเวลาที่เกิดฝ้าได้ง่ายขึ้น ฝ้าตามธรรมชาติที่เกิดขึ้นเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน โดยทั่วไปจะหายได้เองเมื่อระดับฮอร์โมนที่แปรปรวนกลับเข้าสู่ระดับปกติเช่นบางคนเป็นฝ้าขณะตั้งครรภ์ หลังจากคลอด 3-6 เดือนขึ้นไปและได้ใช้ยาคุมกำเนิดอีกอาจจะพบว่าฝ้าค่อยๆ หายไปหรือคนไข้ที่เข้าสู่วัยทองหลังจากหมดรอบเดือนไปหลาย ๆ ปีจะพบว่าฝ้าจะค่อย ๆ จางไปเองโดยไม่ต้องใช้การรักษา แต่มีคนไข้บางส่วนที่หลังคลอดหรือหมดรอบเดือนแล้วฝ้ายังคงอยู่และไม่หายไปอาจจะจำเป็นต้องใช้ยาในการรักษา

อย่างไรก็ตามผลแทรกซ้อนจากการรักษาด้วยการทายาฝ้า ที่พบบ่อยในอดีตที่ผ่านมาก็ได้แก่ อาการหน้าแดง เส้นเลือดขยายตัวและเกิดเป็นฝ้าเส้นเลือดซึ่งจะรักษายากกว่าฝ้ามาก

การรักษาฝ้า
โดยทั่วไปฝ้าจะรักษายากและใช้เวลามากกว่าการรักษาสิวเนื่องจากฝ้ามีปัจจัยหลายอย่างซึ่งอยู่เหนือการควบคุมเช่นฮอร์โมนที่แปรปรวนขณะใกล้หมดรอบเดือน เป็นต้น

หลักการรักษาฝ้าแบ่งออกเป็น 3 ข้อใหญ่ๆ
1. พยายามหยุดฮอร์โมนที่เป็นต้นเหตุของฝ้าที่ได้รับจากภายนอก เช่น ยาคุมกำเนิด ฮอร์โมนหรือครีมที่มีส่วนผสมของฮอร์โมนที่ใช้ในครีมพวกเครื่องสำอาง (night cream ,day cream)
2.ใช้ยาทาที่สามารถคุมการทำงานของเซลล์สร้างสีและเร่งการหลุดออกของเซลล์สีหรือเซลล์หนังกำพร้าที่มีเม็ดสีที่มีมากกว่าระดับปกติของผิวข้างเคียงซึ่งทำให้ฝ้าบริเวณดังกล่าวจางลง
3. ใช้ยาที่ช่วยยับยั้งการกระตุ้นเซลล์สร้างสีจากฮอร์โมนที่มากระตุ้นการทำงานของเซลล์สร้างสีให้ทำงานมากขึ้น ซึ่งอาจจะมีทั้งชนิดรับประทานและชนิดทา

ยาทาที่ใช้ในปัจจุบัน
มียาไวตามินหลายตัวที่ได้ผลดีและผลข้างเคียงน้อยเช่น อนุพันธ์ของไวตามินซี กลุ่ม Arbutin , Kojic acid , Licorice เป็นต้น และสามารถปรับเปอร์เซ็นต์ของตัวยาให้สูงขึ้นได้โดยไม่มีผลข้างเคียงให้หน้าแดง หรือมีปัญหาเกี่ยวกับเส้นเลือด

ประโยชน์ที่จะได้รับ
จากการรักษาด้วยยาทาและยากิน ก็คือ การรักษามาตรฐานเบื้องต้นโดยทั่ว ๆ ไป และได้ผลดีพอสมควร ค่าใช้จ่ายไม่สูงมาก ถ้าคนไข้สามารถหยุดฮอร์โมนที่เป็นต้นเหตุได้ด้วยจะทำให้การรักษาได้ผลดียิ่งขึ้น

การรักษาด้วยเลเซอร์ที่นำมาใช้ในการรักษาฝ้าส่วนใหญ่จะออกฤทธิ์ได้ดีกับเซลล์สีหรือเมลานินโดยแสงเลเซอร์จะทำให้อนุภาคของเมลานินโดยเฉพาะเมลาโนโซม ที่ใช้ในการสร้างสีในเซลล์เม็ดสีจะถูกทำลายทำให้การผลิตเมลานินน้อยลง ทำให้ฝ้าจางลง เลเซอร์บางชนิดที่รักษาเส้นเลือดฝอยก็มีบทบาทในการรักษาฝ้าในปัจจุบันมากขึ้นด้วย

เนื่องจากปัญหาของคนไข้ฝ้าโดยทั่วไปกว่าจะมาถึงแพทย์ก็มักจะทายามานานจนบางครั้งเส้นเลือดขยายตัวจึงเป็นฝ้าเส้นเลือด การรักษาฝ้าเส้นเลือด โดยทั่วไปต้องใช้เลเซอร์ที่ออกฤทธิ์กับเส้นเลือดแดงจึงทำให้ฝ้าเส้นเลือดเหล่านั้นหดหายไป

ขั้นตอนการรักษาด้วยเลเซอร์
ถ้าคนไข้มีลักษณะหน้าหมองคล้ำมาก ควรทายาปรับสภาพผิวเพื่อทำให้ผิวหน้าหายคล้ำก่อนและทำให้เห็นขอบเขตของฝ้าได้ชัดเจนขึ้น โดยการทายาเตรียมผิว 1-2 สัปดาห์ก่อนทำเลเซอร์

ประโยชน์ที่จะได้จากการรักษาด้วยเลเซอร์
ฝ้าจะจางลงเร็วว่าการทายาอย่างเดียว และช่วยลดผลข้างเคียงจากการทายาบางชนิด คนไข้สามารถกลับมามีผิวหน้าที่เกลี้ยงเกลาปราศจากฝ้าได้เร็วขึ้น

การรักษาด้วยเลเซอร์เหมาะสมกับใครบ้าง
สามารถทำได้กับทุกสภาพผิว แต่อย่างไรก็ตามหลังเลเซอร์ควรหลีกเลี่ยงการโดนแดดจัด ๆ เป็นเวลา 2 สัปดาห์

ผลที่เกิดขึ้นหลังการรักษา
หลังจากเลเซอร์จะแดง 15 – 20 นาทีและค่อย ๆ จางหายไปจะไม่เกิดสะเก็ดเหมือนอย่างเลเซอร์กระ ในช่วง 1 สัปดาห์แรกคนไข้จะรู้สึกว่าบริเวณที่เลเซอร์สีจะเข้มกว่าปกติเล็กน้อย ประมาณสัปดาห์ที่ 2 ฝ้าจะเริ่มจางลงโดยเม็ดสีของฝ้าจะค่อย ๆ หลุดตามเซลล์ขี้ไคลที่หลุดไปตามการล้างหน้าปกติ

ความปลอดภัยและผลข้างเคียงของการรักษาด้วยเลเซอร์
การเลเซอร์มีความปลอดภัยสูงไม่มีผลข้างเคียง แต่อย่างไรก็ตามสองสัปดาห์แรกจะดูสีเข้มกว่าเดิมและค่อย ๆ จางลง การหายของฝ้าอาจจะไม่พร้อมกันทุกจุดบางจุดอาจจะหายช้ากว่าขึ้นอยู่กับปริมาณของเม็ดสีและเซลล์สร้างสีบริเวณดังกล่าวว่ามีมากน้อยเพียงไร

ระยะเวลาในการรักษา
ก่อนเลเซอร์จะต้องทายาชา 45-60 นาที ส่วนการทำเลเซอร์โดยเฉลี่ยใช้เวลาประมาณ
15 -20 นาที และ หลังจากทำจะมีรอยแดงเล็กน้อยประมาณ 15-20 นาที คนไข้สามารถล้างหน้าได้ทันทีเมื่อกลับถึงบ้าน และฝ้าจะเริ่มจางลงในสัปดาห์ที่ 2 หลังจากเลเซอร์

เจ็บหรือไม่
หลังจากทายาชา 45-60 นาทีคนไข้จะรู้สึกร้อนขณะทำเล็กน้อยแต่ไม่ถึงกับเจ็บ

การเตรียมตัวก่อนการรักษา
ในคนไข้ที่มีผิวขาวสามารถทำได้ทันทีโดยไม่ต้องเตรียมผิว แต่หากเป็นคนไข้ที่ผิวคล้ำควรจะทายาปรับสภาพผิวให้พื้นผิวดูขาวขึ้นประมาณ 1-2 สัปดาห์ ก่อนทำเลเซอร์จะดีกว่า

การเตรียมตัวหลังการรักษา
สามารถล้างหน้าได้ตามปกติในวันนั้นเลยและแต่งหน้าได้ในวันถัดไปและทายาได้ทุกๆ อย่างตามปกติ แต่ควรหลีกเลี่ยงแดดจัด ๆ หลังทำ 2 สัปดาห์แรก เช่น การเล่นกีฬากลางแจ้ง การเที่ยวทะเล เพื่อให้รอยฝ้าจางได้เร็วขึ้น

 
  กระชับรูขุมขนด้วย GTY
  การรักษากระด้วยเลเซอร์
  การรักษาสิวเสี้ยนด้วนเลเซอร์






Design & develope by KascoIT.com